หลายคนเมื่อได้ยินคำว่า “รักการอ่าน” ก็อาจจะส่ายหัว เบื่อหน่าย แล้วรู้สึกไปว่าเป็นพวกรณรงค์ให้เด็กๆมารักการอ่านแนวกระทรวงฯซึ่งมักไม่ค่อยได้ผลอะไรเท่าใด พวกคนเล่นเว็บหลายๆคนอาจจะรู้สึกต่อต้านด้วยซ้ำเพราะผู้จัดงานและนักวิชาการเกี่ยวกับ “รักการอ่าน” นั้นชอบกล่าวหาว่าอินเทอร์เน็ตทำให้สมาชิกสั้น ทำให้เด็กอ่านหนังสือหนังสือน้อยลง ทำให้ขาดความลึกซึ้งของการอ่านแบบดั้งเดิม
แล้วทางออกที่จะทำให้คนรุ่นใหม่ลุกขึ้นมา “อ่านๆๆๆ” นั้นจะอยู่ที่ไหน คำถามนี้ดูจะไร้คำตอบ และหายไปในสายลมแห่งเทคโนโลยี
แต่เมื่อวันที่ 29 พศจิกายนที่ผ่านมา เกิดปรากฏการณ์ใหม่ของคนรักการอ่าน เมื่อบรรดาผู้ที่ชื่นชอบการอ่านในโลกออนไลน์ได้รวมตัวกันจัดกิจกรรม “ReadCamp ทุกอย่าง อ่านได้” ขึ้นที่หอศิลป์กรุงเทพฯ ในงานมีบรรยากาศที่แปลกใหม่พอควรสำหรับวงการนักอ่าน เพราะไม่ได้มีการกำหนดเนื้อหาหรือกำหนดการมาก่อน ใครอยากมา “อ่าน” อะไรก็เอาหัวข้อที่ตัวเองอยากอ่านให้คนอื่นฟังไปแปะไว้ที่กระจก แล้วคนมางานคนอื่นๆก็เอาสติกเกอร์กลมๆเล็กๆไปแปะไว้ข้างๆหัวข้อนั้นถือเป็นการโหวต หัวข้อไหนมีคนโหวตมากก็จะได้รับเชิญไปอยู่ในตารางหน้าห้องที่เตรียมไว้ 3 ห้อง ส่วนคนมาร่วมงานคนไหนอยากฟังเรื่องไหนก็เข้าห้องนั้น ซึ่งเป็นวิธีจัดงานสไตล์ใหม่คล้ายๆงาน BarCamp ในกลุ่มนักเทคโนโลยีสารสนเทศรุ่นใหม่ๆ
หัวข้อการอ่านก็หลากหลาย ไม่ได้มีแค่มาอ่านหนังสือให้ฟังเหมือนงานรักการอ่านทั่วๆไป เพราะมีคนที่เอาหนังสือพิมพ์มาอ่าน อ่านการ์ตูน อ่านนิทาน อ่านสติ้กเกอร์ท้ายรถ มาอ่านเว็บไซต์ หรือแม้แต่มาอ่าน twitter (บริการออนไลน์คล้ายๆ MSN)
นอกจากการอ่านสื่อที่หลากหลาย หัวข้อก็ยิ่งหลากหลาย มีตั้งแต่อ่านสามก็กแบบโรแมนติก อ่าน paper วิชาการอย่างไรให้สนุก ข้อดีข้อเสียของการอ่าน subtitle หนังภาพยนต์ อ่านความคิดจากพฤติกรรม นอกจากนั้นก็ยังมีการแถมวิธีการอ่านหัวใจผู้ชายเจ้า และอื่นๆอีกมากมาย หัวข้อมากมายเหล่านี้กลายเป็นตลาดเปิดท้ายขายความคิด-ความเห็น-ความรู้ ไปอย่างน่าสนใจ
เรียกว่าสมกับชื่องานที่ว่า “ทุกอย่าง อ่านได้” จริงๆ
งานนี้มีคนมารวมกันราวหนึ่งร้อยคน สลับกันพูด สลับกันอ่าน สลับกันฟัง เป็นกิจกรรมที่เน้นการสร้างความมีส่วนร่วมตั้งแต่ก่อนเริ่มงานจนจบงาน แล้วยังไปบล็อก (blog) กันต่อถึงความประทับใจ เนื้อหา และการสร้างเพื่อนใหม่ๆที่เจอในงานอย่างสนุกสนาน ผลที่เกิดขึ้นในการที่ผู้คนมาร่วมกันเปิดโลกใหม่ๆจากมุมมองแปลกๆของแต่ละคนผ่านการ “อ่าน” ซึ่งสร้างความสนุกสนาน ประทับใจ และเปิดโลกการเรียนรู้ เมื่อเทียบกับงาน “รักการอ่าน” อื่นๆนั้นจะเห็นได้ว่าต่างกันอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่วิธีคิดไปจนถึงกิจกรรมการจัดงาน แม้งานนี้อาจจะไม่ได้ยิ่งใหญ่อลังการณ์หมดงบประมาณเป็นล้าน และไม่ได้มีนักการเมืองหรือผู้ใหญ่ผู้โตมาเปิดงาน แต่ก็เป็นทางเลือกใหม่ของการส่งเสริมการอ่านในประเทศไทย หากกระบวนการมีส่วนร่วมแบบนี้ได้รับการขยายผลไปอยู่ในระดับโรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือแม้แต่ตามสำนักงานต่างๆ สังคมไทยอาจจะค่อยๆเกิดวัฒนธรรมการอ่านการเรียนรู้ที่สนุกสนานและเต็มไปด้วยเพื่อนดีๆก็เป็นได้
และนี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างที่เกิดขึ้นจากคนกลุ่มเล็กๆที่รวมตัวกันออนไลน์สร้างสรรค์สิ่งดีๆใหม่ๆในโลกแห่งความเป็นจริงของประเทศ ไม่ต้องเลือกสี ไม่ต้องเลือกข้าง ไม่ต้องพึ่งการเมือง 🙂
ติดตามเรื่องราว เนื้อหา และกิจกรรมของ ReadCamp ได้ที่ www.readcamp.org
สนับสนุน 1 เสียงครับ คุณสุนิตย์
ผมก็ไปร่วมงานและพูดด้วย
แต่ดันโดนคนแย่งซีน 555
ก็ต้องยอมครับ เพราะหัวข้อที่เขาพูดถึง คือ
หนังสือเล่มนี้
“โลกในมือนักอ่าน (A History of Reading”
http://plin.exteen.com/20060728/a-history-of-reading
ใครที่เป็นนักอ่านตัวจริงไม่ควรพลาด
ไม่ได้เจอกันตั้งนาน
คุณสุนิตย์ยังยิ้มแย้มเริงร่าเหมือนเดิมเลยครับ
555