Miracle

The other day I was relistening to Gorecki Symphony no.3 and was inspired by the chord progression on the end of 1st movement, it seems to be a common theme in many classical works. I was playing around the various variations on the theme.

Now the early part of Yoshiki’s new classical piece “Miracle” also have the similar underlying chord progression….

it seems when you are exploring something deeply, the mystery of synchronicity triggers in.

Product launching room for artists/designers: Room to Roam (Seoul, Korea)

Every time I am in Seoul, I always visited “Room to Roam”. It’s a small shop on the way to my favourite tea house on the mountain behind the big palace. The shop gives very cozy, artistic and contemporary feelings once you get inside.

Room to Roam asks artists to bring their prototypes or submit them online. If selected, Room to Roam will develop the products collaboratively and sell it at their shop. It’s quite simple co-creation process. I could see that the artists are not only Koreans but also coming from many other countries! It is truly useful for new artists/creative persons launching new products.

I really like many stuff in there and had bought several items over the years. I hope that they expand their model around the world or at least there are some replications in my home country, Thailand. The shop is at 35-231 Samcheong-Dong, Jongro-Gu, Seoul, Korea

The websites of Room to Roam are..

http://blog.daum.net/roomtoroam

http://www.roomtoroam.kr/


Okakura’s Book of Tea is translated to Thai

One of the most important books for me, The Book of Tea, is translated into Thai by OpenBooks.

The book is about the Zen in this unique culture of Japanese tea ceremony. It outlines a fresh perspective on Eastern Aesthetics, the idea of Wabi Sabi, Taoist emptiness, understated beauty, equality in the tea room, the meaning of flower in life and much more.

The meaning of simplicity amidst this modern chaotic and fast life, is the essence of this book written at the dawn of modernization.

Sunit

เมื่อห้องน้ำชายสยามมีศิลปะโฉด

ผมไม่แน่ใจว่าผู้บริหารของสยามเซ็นเตอร์เห็นดีเห็นงามกับศิลปะแบบนี้ในห้องน้ำชายที่ติดกับทางเชื่อมหรือไม่

ผมรู้สึกว่ามันเป็นการหากินบนความสะใจของเด็กผู้ชายต่อความคิดเรื่องผู้หญิงหรือเปล่า ประมาณว่า “มึงท้อง เลือดสาด เหอะๆ”

หรือมันคือรูปกระเทยอ้วน หรือผมคิดไปเอง?

หรือจริงๆมันเป็นรูปเด็กผู้ชายท้องโย้เปื้อนซอสมะเขือเทศ

Office ใหม่, ChangeFusion และการเดินเขาด้วยเพลงคลาสสิก

หลังจากได้จัด office ใหม่แล้ว 95% และเตรียมที่จะเปลี่ยนชื่อองค์กรจาก Thai RuralNet ที่ใช้มาแปดปีไปเป็น ChangeFusion (ตัวอย่างรูป office ใหม่อยู่ด้านล่าง)

รู้สึกเหมือนกำลังเดินขึ้นเขา ไม่ใช่เข็นครกขึ้นภูเขา แต่เป็นการวางเป้าไว้ที่ยอดเขาที่ยิ่งใหญ่ สวยงาม และเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งธรรมชาติ การเดินทางไปสู่ยอดและกลับลงมานั้นคงเป็นการผจญภัย

นอกจากภูเขาอย่างดอยอินทนน์แล้ว ผมเคยเดินขึ้นไปยัง Mukthinarth บน Anapurana ของหิมาลัย และภูเขาไม่ใหญ่มากในเทือกเขา Alps ที่สวิสมาแล้ว ความรู้สึกของการค่อยๆเดินขึ้นไปที่ๆสูงราว 4 พันเมตร ผ่านหมู่บ้าน ผ่านป่า ผ่านหิมะ และได้ยืนมองโลกนั้นเป็นความรู้สึกที่ลืมไม่ลง

คิดได้ดังนั้นผมก็เลยเปิดเพลงของ Richard Strauss ที่เรียกว่า Ein Alpensinfonie หรือ The Alpine Symphony ซึ่งเป็น Tone poem อันกล่าวถึงการเดินภูเขา Alps ซึ่งเป็น programme music (เพลงคลาสสิกที่มีเนื้อหากำกับเป็นฉากๆ) คล้ายๆกับ Pastoral (symphony no.6) ของ Beethoven

Strauss ใช้เครื่องดนตรีกว่าร้อยชิ้นในวงออเครสตร้าบรรเลงท่วงทำนองแนวปลายยุคโรแมนติก (1915) ที่กล่่าวถึงการเดินเขาบริเวณบาวาเรียแอลไพน์เป็นเวลาหนึ่งวันเต็มตั้งแต่ก่อนรุ่งเช้า พระอาทิตย์ขึ้น เดินขึ้นเขา เดินเข้าป่า เลาะไปตามลำธาร เจอนำ้ตก ไปเรื่อยๆๆๆๆจนถึงยอดเขา ซึ่งเขาใช้ท่วงทำนองอันแสนสงบและอ่อนโยนแต่เข้มแข็ง ก่อนที่จะเดินลงมาเจอพายุ และเดินลงมาเรื่อยๆจนพระอาทิตย์ตกอีกครั้ง

การได้ฟังอย่างตั้งใจทำให้รู้สึกเหมือนเป็นการเดินทางของจิตวิญญาณที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่แสนละเอียด เต็มไปด้วยความลึกและความปิติ ลองดูโปรแกรมที่ Strauss วางเอาไว้ด้านล่างครับ

  1. Nacht (Night)
  2. Sonnenaufgang (Sunrise)
  3. Der Anstieg (the Ascent)
  4. Eintritt in den Wald (Entry into the Woods)
  5. Wanderung neben dem Bache (Walking along the Brook)
  6. Am Wasserfall (at the Waterfall)
  7. Erscheinung (a Visual Feature)
  8. Auf blumigen Wiesen (on Flowery Meadows)
  9. Auf der Alm (on the Pasture)
  10. Durch Dickicht und Gestrüpp auf Irrwegen (Wrong Path through the Thicket)
  11. Auf dem Gletscher (on the Glacier)
  12. Gefahrvolle Augenblicke (Moments of Danger)
  13. Auf dem Gipfel (at the Summit)
  14. Vision (Vision)
  15. Nebel steigen auf (the Fog Rises)
  16. Die Sonne verdüstert sich allmählich (the Sun is Gradually Obscured)
  17. Elegie (Elegy)
  18. Stille von dem Sturm (Calm before the Storm)
  19. Gewitter und Sturm, Abstieg (Thunder and storm, Descent)
  20. Sonnenuntergang (Sunset)
  21. Ausklang (the Journey Ends)
  22. Nacht (Night)

ฟังจบก็เที่ยงคืนพอดี เห็นทีต้องไปนอนเสียแล้ว หวังว่าการเปลี่ยนแปลงขององค์กรครั้งนี้คงจะลิิ้มรสความสำเร็จคล้ายในบทเพลงนี้ คงไม่ตกเขาตายเสียก่อน…

p.s. 1 ระหว่างที่เขียนก็ได้โอกาสเปิดเพลงใหม่เพิ่งซื้อของ Brahms ที่ชื่อ Ein deutsches Requiem (The German Requiem) จากค่าย harmonia mundi ซึ่งเป็นเพลงที่ใครๆก็ว่ามีลักษณะเหมือน symphony ที่เต็มไปด้วย melody ที่สวยงามมาก ไม่เป็น requiem ดั้งเดิม หรือเป็นเพลงสวด Missa แนว symphonic อย่าง Bach หรือ Beethoven พอได้ฟังจริงๆก็ตกใจในเมโลดี้ที่สวยมากแฮะ ต่อให้จะไม่ได้คาดคั้นฉีกวิญญาณแบบ Gorecki Symphony no. 3 ก็เถอะ แต่จริงๆก็ได้อารมณ์ที่กว้างและสุนทรีย์อย่างต่อเนื่องมากกว่า Gorecki ที่ออกแนวกระชากวิญญาณเป็นช่วงๆไม่ต่อเนื่อง

p.s. 2 รูป office ใหม่ที่กำลังก่อร่างสร้างตัว และเพื่อนๆของ ChangeFusion ที่ถือโอกาสไปทดลองประชุมที่ office ใหม่เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว

Bruch’s Violin Concerto No.1

สำหรับคนที่ชอบเพลงที่ให้อารมณ์ของออเคสตร้า ที่เต็มไปด้วยพลังที่เคลื่อนไหว ความดิบที่ร้อยเรียงไว้ในความสวยงามคล้าย Beethoven แต่ต้องการเสียงเครื่องดนตรีหลักที่เด่นละเอียด และผาดโผนพาขึ้นสวรรค์ลงนรกได้เช่น Liszt แล้วนั้น

Violin Concerto No. 1 in G minor ของ Max Bruch ซึ่งแต่งไว้ในปี 1866 นั้นย่อมทำให้คุณชอบได้อย่างแน่นอน

ผมเองรู้สึกประทับใจมากๆกับ concerto นี้ เป็นอะไรที่ตื่นเต้นขนลุกเวลาฟังที่สุดในรอบสองเดือนที่ผ่านมา  แถมยังมีการเล่น Bass ในบางช่วงคล้ายเพลงสมัยใหม่มาก ออกจะเป็น Jazz ด้วยซ้ำโดยเฉพาะในช่วงกลางๆค่อนไปทางปลายของ movement ที่ 1 เป็นอะไรที่มหัศจรรย์มาก

ผมฟังของ Kyung Wha Chung ซึ่งเธอเล่นได้อย่างสวยงาม รุนแรง เล่น violin แบบกัดๆคล้ายกับเล่นกีตาร์ไฟฟ้าในวงร็อกอารมณ์ X-Japan นะครับ ใครชอบหวานกว่านี้เห็นว่า Joshua Bell ก็เคยเล่นไว้เหมือนกัน ลองไปฟังดูครับ