Arousing thunder

Creative force lurks under gentle receptiveness, glowing heaven below this dark earth. A thunder from the deep, overcoming inner shadow, arousing the seeds of spring. // on the 51st diagram พลังสร้างสรรค์ซ่อนเร้น ใต้การโอนอ่อนที่นุ่มนวล แสงสวรรค์อันเรืองรอง ภายในโลกอันดำมืด สายฟ้าจากเบื้องลึก ต้องเอาชนะเงาตน เพื่อเพาะเมล็ดพันธุ์ แห่งฤดูใบไม้ผลิ // แผนภูมิที่ 51

Read more "Arousing thunder"

Berserk

Berserk anime is as bloody, violent and morally daring as the Game of Throne, however, at a much higher mystical imagination level while far less realistic. A kind of great story that made you sigh many times afterwards and at the end made you felt you just woke up from a dark nightmare and life […]

Read more "Berserk"

จิตไร้สำนึกอันสร้างสรรค์ และศิลปะสมัยใหม่

1. ศิลปะยุคใหม่และความคับแคบในการตีความทางจิตวิทยา คงมีใครอีกหลายคนในที่นี้ที่ชมงานศิลปะสมัยใหม่บางชิ้นแล้วต้องส่ายหัวด้วยความงุนงง เพราะไม่เข้าใจว่า ผลงานเหล่านั้นต้องการจะสื่อสารหรือนำเสนออะไร เช่นเดียวกับการเสพวรรณกรรมของเจมส์ จอยซ์ หรือดนตรีคลาสสิคของอาร์โนลด์ เชินแบร์ก โดยปราศจากคู่มือ/ความรู้ชี้นำ การจะค้นหาสุนทรียะ/อรรถรสที่ซ่อนตัวอยู่ภายในหลืบเร้นของผลงานเหล่านี้ ย่อมเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญ หรือเมื่อเราเปรียบเทียบผลงานล้ำยุคจำนวนมากจากศตวรรษที่ 20 กับศตวรรษก่อนหน้าก็จะเห็นได้ชัดเลยว่า ภาพรวมของศิลปะในศตวรรษที่ 20 นั้นมีแนวโน้มของความยุ่งเหยิงไร้ระเบียบและมีลักษณะขาดตอนเป็นส่วนเสี้ยวมากขึ้นทุกทีๆ กุญแจดอกหนึ่งที่ช่วยให้เราเข้าถึง หรือสามารถไขเข้าไป ‘อ่าน’ ผลงานเหล่านี้ได้ก็คือ ‘จิตวิทยา’ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า เป็นสาขาวิชาหนึ่งที่มีมาเนิ่นนานแล้วในโลกตะวันตก (คือนับเนื่องจาก De Anima ของอริสโตเติลเป็นต้นมา) และการตีความศิลปะด้วยจิตวิทยาก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหม่เสียทีเดียว หากแต่วิธีการดังกล่าวเริ่มเป็นที่นิยม หรือมีบทบาทความสำคัญขึ้นมาก็เมื่อนักจิตวิทยาชาวออสเตรีย ซิกมุนด์ ฟรอยด์ได้นำเอาทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของเขาไปถอดรหัสผลงานของมนุษย์อัจฉริยะ ลีโอนาร์โด ดา วินชี ฟรอยด์ตีความศิลปะของดา วินชีว่าเป็นผลมาจากความเก็บกดปิดกั้นในระดับจิตใต้สำนึก สืบเนื่องมาจากการที่เขากำพร้าพ่อและได้รับความดูแลเอาใจใส่จากแม่เพียงฝ่ายเดียว ปมขาดบิดานี้เองผลักดันให้ดา วินชีกลายเป็นพวกรักร่วมเพศ ซึ่งเป็นแรงกระตุ้นเดียวกับที่ปรากฏอยู่ในงานศิลปะของเขา ฟรอยด์ยังได้กล่าวอีกด้วยว่าการที่ดา วินชีละทิ้งงาน (ซึ่งยังไม่สำเร็จเสร็จสิ้น) เพื่อหันไปเริ่มต้นทำงานชิ้นใหม่ๆ มาจาก ‘ความไม่พึงใจ’ ที่เกิดจากความขัดแย้งไม่ลงรอยในเรื่องที่เขาชอบผู้ชาย{1} หากศิลปะคือผลงานที่มาจากจิตใจ ซึ่งมีความหลากหลาย ทั้งในเชิงมิติความลึกและความซับซ้อนอย่างหาที่สุดมิได้แล้วไซร้ การทำความเข้าใจโดยอาศัยหลักจิตวิเคราะห์ดังเช่นที่ฟรอยด์กระทำนั้นก็ย่อมจะคับแคบและตื้นเขินเกินไป โดยเฉพาะการลดทอนนัยยะของศิลปะลงให้เหลือเพียงแค่เรื่องของความต้องการเชิงอำนาจ […]

Read more "จิตไร้สำนึกอันสร้างสรรค์ และศิลปะสมัยใหม่"