การเก็บปัญญาดิจิตอลของไทย ไว้เพื่อคนในอนาคต (และปัจจุบัน)

ช่วงนี้ผมดีใจมากที่ได้กลับมาช่วยริเริ่มงานที่เป็นแนวที่สนใจมาตลอด นั้นก็คือการเก็บและเผยแพร่ปัญญาของคนไทยที่ควรค่าต่อการเก็บไว้ให้คนไทยได้เรียนรู้ในรูปแบบดิจิตอล  ผมเคยคิดตั้งแต่สมัยเรียนว่าอยากจะไปถอดความรู้และเก็บชิ้นงานต่างๆของคนไทยที่สุดยอดแต่อายุมากแล้ว  เพื่อที่ว่าเมื่อคนเหล่านี้ไม่อยู่แล้ว หรือไม่สามารถสื่อสารได้อีกต่อไป คนรุ่นหลังทั้งในตอนนี้และอีกร้อยพันปีข้างหน้าจะสามารถเข้าถึงความคิด ความรู้ และปัญญาเหล่านี้ได้ หากจะแบ่งสารใดๆออกเป็นระดับเรียงจากศักยภาพน้อยไปมาก ก็คือ ข้อมูล  สารสนเทศ  ความรู้ และปัญญา (data, information, knowledge and wisdom) ผมจะสนใจปัญญาเป็นพิเศษ  เพราะเป็นสิ่งที่ไปเหนือความรู้ธรรมดาๆ เกิดจากประสบการณ์และการสะท้อนความเป็นมนุษย์ทั้งในเชิงศาสตร์และศิลป์แล้ว   หรือสำหรับผมอาจจะเรียกว่าเป็นความเห็นทีี่มีคุณภาพ (high quality opinion) ก็ได้ ผมรู้สึกว่าสิ่งนี้สำคัญกว่าข้อมูล สารสนเทศ และความรู้ เป็นอย่างมาก   เพราะมนุษย์จะสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความหมายและมีประโยชน์ต่อโลกก็ต่อเมื่อเขาเกิดปัญญาขึ้นเอง หรือมีโอกาสที่เข้าถึงปัญญาของคนอื่น ที่สามารถมาสะท้อนกับจิตใจ และการมองโลกของตนได้ จนเกิดเป็นการมีปัญญาในมิติต่างๆของคนๆนั้น ปัญญาจะช่วยให้คนมีศีลธรรม จริยธรรม และเป็นคนดีได้โดยตั้งอยู่บนความแข็งแรงของตรรกะและเหตุผล และการเก็บบันทึกปัญญาหรือความเห็นที่มีคุณภาพเหล่านี้  โดยเฉพาะจากคนที่เราเชื่อว่ามีปัญญาที่เกิดจากการทรงความรู้หรือการเข้าใจประเด็นอะไรอย่างลึกซึ้งจึงสำคัญมาก ที่ผ่านมา คนเหล่านี้อาจจะเขียนความรู้ของตนออกมา โดยมีเนื้อหาด้านปัญญาแทรกอยู่บ้าง แต่ก็มักจะมีน้อยรายที่ทำเช่นนี้  หลายครั้งเมื่อคนเหล่านี้เสียชีวิต หลายๆสิ่งที่มีประโยชน์เหล่านี้ก็จะหายไปกับพวกเขา นอกจากนั้น คนไทยไม่ใช่ชนชาติที่อ่านหนังสือเท่าใดนัก  แต่ชอบดู ชอบฟัง ดังนั้นวิธีการบันทึกเป็นวิดีโอและเสียงจึงเป็นแนวทางที่น่าจะทำให้เนื้อหาเหล่านี้เข้าถึงง่ายขึ้นสำหรับผม  ในการถ่ายทำเนื้อหาสั้นๆจากแต่ละท่าน เช่นไม่เกินท่านละ […]

Read more "การเก็บปัญญาดิจิตอลของไทย ไว้เพื่อคนในอนาคต (และปัจจุบัน)"

ไปหนุนกิจการเพื่อสังคมในอาฟริกา และบทเรียนเรื่องสถาบันฯจาก Ethiopia

เพื่อช่วงอาทิตย์ที่แล้ว (3-5 มี.ค. 08) ผมได้รับเชิญจาก UN Economic Commission for Africa (UNECA) ให้ไปช่วยเป็น Speaker ในชุดงาน Sciences for Africa ที่เมือง Addis Ababa ประเทศ Ethiopia และให้ไปช่วยพัฒนาแผนการสร้างเสริมผู้ประกอบการเพื่อสังคมในหมู่คนรุ่นใหม่ (Young social entrepreneurs) ของ UNECA ที่ต้องการขยายบทเรียนที่เพื่อนๆและผมช่วยกันทำเรื่องกองทุนสนับสนุนผู้ประกอบการทางสังคม (Youth Social Enterprise Initiative -YSEI) ซึ่งกำลังเนินการอยู่ในเอเชียเป็นปีที่สอง   ซึ่ง UNECA เห็นว่าน่าจะใช้แนวทางเดียวกันใน Africa ได้ โดยเฉพาะในการประกอบการที่เกี่ยวกับประเด็น ICT, Climate change และ วิทยาศาสตร์  โดยให้พวกผมไปช่วยเป็นที่ปรึกษาให้ ความสนใจที่มีมากมาย และโอกาสของเยาวชนในอาฟริกาซึ่งเป็นกลุ่มอายุที่มีจำนวนมากที่สุด ผมนำเสนอให้ตัวแทนของ UN นักวิทยาศาสตร์ ภาคประชาสังคม และภาคธุรกิจ กว่าร้อยคนที่สนใจหัวข้อ […]

Read more "ไปหนุนกิจการเพื่อสังคมในอาฟริกา และบทเรียนเรื่องสถาบันฯจาก Ethiopia"

รสนาต่อต้านการผูกขาด เป็นพันธมิตรของเศรษฐกิจเสรี!

เมื่อวานนี้ได้ไปตอบคำถามใน Yahoo! รู้รอบเกี่ยวกับคุณรสนา  ผู้สมัคร สว. ปัจจุบัน  มีคนถามว่าเขาเป็นใคร ซักพักก็มีพวก liberal วิชาการแต่รู้ครึ่งๆกลางๆแต่กร่างมากมาตอบทำนองว่า พี่รสนาเป็น NGO ไม่มีหลักการ ต้านอย่างเดียว ขวางทางพัฒนาเศรษฐกิจ เรียกว่าพี่เขาเป็นพวกหลักเลน แค่ที่พี่เขาต้านการแปรรูป กฟผ. ที่มีเงื่อนไขไม่ได้เข้ากับแนวทางเศรษฐกิจเสรีนิยมด้วยซ้ำ  ผมเลยเซ็งมากว่าคนที่กล้าเอาความจริงมาชนทำลายพวกโกงกิน จนศาลปกครองตัดสินออกมาว่าเป็น deal ที่ผิด แต่มีแต่พวกพูดมากไร้สมองมาเถียง ผมก็เลยหาข้อมูลมาแปะไว้ อาจจะไม่สมบูรณ์แต่ก็น่าจะชัดเจนว่าจริงๆแล้วเธอเป็นผู้ที่มีหลักการจริงๆ ไม่ใช่หลักเลน ก็เลยเอามาแปะไว้ด้านล่าง เพื่อใครสนใจครับ แต่นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า 1. การขัดขวางการแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่ผิดกระบวนการ ไม่โปร่งใส และมีปัญหา เป็นการแปรรูปการผูกขาดโดยรัฐมาเป็นการผูกขาดโดยเอกชนไม่กี่รายนั้นไม่ได้เป็นการต่อต้านเศรษฐกิจเสรีเสมอไป แต่เป็นการปกป้องระบบเศรษฐกิจเสรีให้สามารถเติบโตอย่างยั่งยืนได้   คือต้องดูว่าเงื่อนไขต่างๆนั้นเหมาะสมตามที่ควรจะเป็นในทางทฤษฏีหรือไม่ ไม่ใช่เหมารวมกันไปหมด 2. รู้อะไรก็ควรจะมีข้อมูลมาคุยแลกเปลี่ยนกัน   ไม่ใช่ด่าชาวบ้านเขาว่าโง่ไปหมด ทั้งๆที่ตัวเองรู้แต่ทฤษฎีไม่ได้ดูเงื่อนไขรายละเอียดของสถานการณ์จริง อ่านรายละเอียดได้ด้านล่างครับ จาก th.answers.yahoo.com MadCat   รสนา โตสิตระกูล คือใคร? ใกล้ เลือก สว. แล้ว […]

Read more "รสนาต่อต้านการผูกขาด เป็นพันธมิตรของเศรษฐกิจเสรี!"

เครือข่ายนักเรียนทุนเพื่ออภิวัฒน์สังคม?

ได้คุยกับคุณแดงที่อโชก้าเรืื่องเครือข่ายนักเรียนทุนรัฐบาล ซึ่งปีๆหนึ่งมีอยู่ประมาณ 50-60 คน   แล้วก็มีซัก 20 คนที่ค่อนข้างสนใจอย่างมาก อยากมีส่วนร่วมในการกลับมาพัฒนาให้สังคมไทยดีขึ้น  โจทย์ก็คือจะทำอย่างไรถึงจะเชื่อมโยงนักเรียนกลุ่มนี้เข้ากับสถานการณ์บ้านเมืองและชุมชนของไทย และต่อเชื่อมพวกเขากับเครือข่ายคนที่สนใจเรื่องพวกนี้ได้ ไม่อย่างนั้นพอพวกเขาเรียนเสร็จก็อาจจะเสียโอกาสดีๆไป  หรือบ่อยครั้งที่พวกเขากลัวว่าจะโดนระบบกลืนอุดมคติที่เขามีอยู่ตอนนี้ไป ผมก็เลยเสนอว่าน่าจะลองจัดคล้ายๆค่ายเรียนรู้เคลื่อนที่ (mobile bootcamp) ตอนที่่พวกนี้กลับเมืองไทย ซักไม่เกิน 2 อาทิตย์ โดยเป็นลักษณะการไปพูดคุยกับคนที่ทำอะไรได้เรื่องในหลายๆวงการที่มีผลต่อสังคม ไม่ว่าจะเป็นจากฝ่ายราชการ technocrat องค์การพัฒนาเอกชน กลุ่มนักศึกษา กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง กลุ่มชาวบ้าน ฯลฯ  โดยเน้นให้พวกเขาได้เปิดโลกแห่งความเป็นจริงให้เขาสามารถไปศึกษาต่อในเชิงทฤษฎีได้เมื่อกลับไป   ทำให้ติดดินขึ้น  และสร้างให้เกิดความเชื่อมโยง (connection) กับกลุ่มๆต่างๆเอาไว้ เมื่อเขากลับกันมาที่เมืองไทยในที่สุดจะได้มีเครือข่ายและเข้าใจสถานการณ์ นอกจากนี้ก็คิดว่าน่าจะมี seed fund หรือการสนับสนุนการทำ proposal เพื่อให้พวกเขาช่วยกันคิดเมื่อได้เห็นได้คุยกับผู้คนต่างๆแล้ว ว่าพวกเขาจะทำอะไรที่จะเกิดประโยชน์จริงๆ จะได้ไม่ได้เป็นการเรียนรู้แบบเชิงรับ แต่คิดให้รุกด้วย  จะได้สามารถทำอะไรได้ต่อเนื่องขึ้น ที่น่าสนใจก็คือพวกผมที่ TRN ก็เพิ่งคุยเรื่องว่าเราจะไปสร้างเครือข่ายของนักเรียนทุนของรัฐบาลได้อย่างไร  เพราะพวกนี้น่าจะเก่งพอและสามารถทำประโยชน์ได้เยอะหากเชื่อมโยงกับกลุ่มความสนใจต่างๆที่เหมาะสมและมีทรัพยากรสนับสนุน  คล้ายๆกับที่ Open Society Institute ทำอยู่ในยุโรปตะวันออก จริงๆแล้วการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญๆของไทยก็เกิดจากนักเรียนทุน  เช่นแม้แต่คณะราษฎรนั้นส่วนสำคัญก็เกิดจากแนวคิดของกลุ่มนักเรียนทุนรัฐบาลไทยในสมัยนั้น จนนำไปสู่การอภิวัฒน์ได้ในที่สุด […]

Read more "เครือข่ายนักเรียนทุนเพื่ออภิวัฒน์สังคม?"

Beethoven; Triple concerto, Bb Rondo & Choral Fantasy

Beethoven: Triple Concerto; Rondo in B flat; Choral Fantasy Clemens Hagen (Performer), Ludwig van Beethoven (Composer), Nikolaus Harnoncourt (Conductor), Chamber Orchestra of Europe (Orchestra), Pierre-Laurent Aimard (Performer), Thomas Zehetmair (Performer) วันนี้เอาอัลบั้มที่ซื้อมาซักพักแล้วมาฟังใหม่บน iPhone ขณะนั่งรถไฟฟ้าบนดินใต้ดินไปกลับร้านตัดเสื้อและ office รู้สึกว่ามันเพราะและได้อารมณ์ Beethoven อย่างยิ่งยวด   คือรู้สึกได้ถึงความดิบและเรียบง่ายที่เต็มไปด้วยอารยธรรมและความสวยงาม    ความกลมกลืนของความละเอียดอ่อน และพลังที่พุ่งพล่านอย่างมีจังหวะทำนอง   การสอดรับกันของ Piano และเครื่องสายทำได้อย่างเรียบง่ายแต่ยิ่งใหญ่  สลับช่วงช้าและเร็วในช่วงที่ไม่ห่างกันนัก    ทุกท่วงทำนองเกิดจากอะไรที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อนแล้วค่อยๆพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง   ยิ่งเพลงสุดท้าย Choral fantasy นั้นเต็มไปด้วยความสดใสและสนุกสนานแต่รู้สึกได้ถึงความหวังที่ยิ่งใหญ่ ผมแถบจะ march […]

Read more "Beethoven; Triple concerto, Bb Rondo & Choral Fantasy"

Bootcamp for Social Startups (Thailand!)

เมื่อวานได้นัดคุยกับเจ้านายเก่าของสหายผู้หนึ่ง   ได้ความว่าเรามีความสนใจตรงกันหนึ่งเรื่อง กล่่าวคือการทำให้คนรุ่นใหม่เข้ามาการประกอบการทางสังคม (social enterprise) ซึ่งก็คือการริเริ่มองค์กรที่มีเป้าหมายในการแก้ปัญหาสังคมหรือสิ่งแวดล้อมโดยมีแนวทางที่มีความใหม่ เป็นนวัตกรรม มีประสิทธิภาพวัดผลได้ และยังสามารถสร้างรายได้ให้ยั่งยืนได้ด้วยตัวเองทางใดทางหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องขอเงินแหล่งทุนไปเรื่อยๆ หรือมีความสัมพันธ์ที่พิเศษกับแหล่งทุนเพียงพอที่ทำให้แหล่งทุนต้องใช้บริการอย่างต่อเนื่องและมั่นคง ตัวอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นองค์กรที่ทำ E-Commerce ให้ชาวบ้านโดยรายได้ส่วนใหญ่กลับไปที่ชาวบ้าน   ธุรกิจการทำ podcasting ประเด็นทางสังคม  ธุรกิจการเป็นที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมในเชิงสถาปัตฯ  หรือแม้แต่การทำภาพยนต์สะท้อนประเด็นทางสังคมแต่สามารถทำให้น่าสนใจ มีคนดู อันนำไปสู่การสร้างรายได้ที่มั่นคงอีกด้วย อย่างไรก็ตามคนรุ่นใหม่ที่คิดไปในแนวทางนี้มีอยู่น้อยมากๆ  จำเป็นที่ต้องเร่งจุดประกาย และหนุนเสริม กระตุ้นให้เกิดขึ้นมากๆ ไม่เช่นนั้นแม้จะสามารถสร้างตลาดทุนสำหรับการประกอบการทางสังคมได้สำเร็จก็อาจจะไม่สามารถหาองค์กรหรือธุรกิจเพื่อสังคมที่มากพอที่จะเกิดประสิทธิภาพในการลงทุนที่มีคุณภาพได้ ด้วยเหตุนี้จึงมีแนวคิดที่จะทำอะไรคล้ายๆการสร้างบรรยากาศแบบ Silicon Valley Startup Culture แต่เป็นสำหรับผู้ประกอบการทางสังคมขึ้น  คือเป็นโครงสร้างและวัฒนธรรมที่ชื่นชมนวัตกรรมใหม่ ยอมที่จะเสี่ยง ล้มแล้วลุกได้ มี mentor และผู้สนใจให้ความช่วยเหลือ แต่เป็นไปด้วยการแข่งขันอย่างสร้างสรรค์ ฯลฯ (รูปจาก KaosPilot) ทางออกของเรื่องนี้คือแนวคิดที่จะสร้างอะไรคล้ายๆโรงเรียนสอนธุรกิจทางเลือก (alternative business school) ขึ้นมาคล้ายๆเป็นวิทยาลัยการจัดการเพื่อการประกอบการทางสังคม ซึ่งในโลกนี้ใกล้เคียงที่สุดก็คือสิ่งที่เรียกว่า KaosPilot ทีเดนมาร์ค เป็น business school ที่เน้นให้นักศึกษาหรือผู้เข้ากระบวนการเรียนรู้เรื่องการทำธุรกิจแบบใหม่ๆโดยเฉพาะที่เป็นธุรกิจซึ่งเป็นนวัตกรรมทางสังคม และต้องให้ทดลองตั้งธุรกิจจริงๆขึ้นมาด้วยไม่ใช่แค่เรียนจากหนังสือหรือการพูดคุย […]

Read more "Bootcamp for Social Startups (Thailand!)"

บทเรียนจาก ​GBI สถาบันการลงทุนเพื่อผู้ประกอบการทางสังคม

วันนี้ได้คุยกับ Harold Rosen ซึ่งเป็น director และ Rawong Rojvanit,  Program Analyst จาก IFC’s Grassroot Business Initiative ที่ไปสนับสนุนองค์กรที่ประกอบการทางสังคม (social enterprise) ในระดับ scale-up ขึ้นไป ลงทุนปีละหลายล้านเหรียญ การพัฒนาตลาดทุนเพื่อการประกอบการทางสังคม เรื่องส่วนใหญ่ก็คุยว่าเราจะนำเงินลงทุนจากต่างประเทศมาสนับสนุน social enterprises ในเมืองไทยและภูมิภาคได้อย่างไร โดยเฉพาะในกลุ่มที่ตั้งขึ้นใหม่ (start-ups) ซึ่งย่อมจะค่อยๆโตขึ้นไปจนกลายเป็นลูกค้าของ GBI ได้ในอนาคต หากไม่รีบสร้างกลุ่มพวกนี้ไว้ ตลาดขององค์กรด้านนี้ที่มีคุณภาพอาจจะโตไม่ทันกับความคาดหวังของผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการขยายตัวของตลาดการลงทุนในเชิงสังคม ซึ่งเราก็เล่าให้ฟังว่าปีที่แล้วเราเข้าไปลงทุนสนับสนุนผู้ประกอบการทางสังคมรุ่นใหม่ผ่านหน่วยย่อยใน TRN ที่เราเรียกเท่ๆเอาเองว่า KaosCapital  ประมาณ 6 กลุ่มในประเทศไทย และ 7 กลุ่มในต่างประเทศ  ซึ่งมีหลากหลายตั้งแต่ทำ E-commerce ของชาวบ้าน ไปจนถึงทำ video podcasting service ซึ่งล้วนเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นเพื่อแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม แต่มียุทธศาสตร์และแผนธุรกิจชัดเจนที่จะสร้างรายได้ให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงไม่ต้องพึ่งทุนให้เปล่าตลอดไป อีกประเด็นหนึ่งก็คือลักษณะแนวโน้มขององค์กรอย่าง […]

Read more "บทเรียนจาก ​GBI สถาบันการลงทุนเพื่อผู้ประกอบการทางสังคม"

รมต. ยา (บ้า?)

ผู้ใหญ่มา: โอ้…  ท่านเจ้าพ่อรัฐมนตรีใหม่ยกเลิกยาถูก  พวกคนจนติดเอดส์ พวกมะเร็งกิน จะทำยังไง? ทุ่งหมาเมิน: ไม่ต้องห่วง  เจ้าพ่อท่านมีนโยบายให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาทดแทนได้  แบบใช้ฐานเดิมมาต่อยอด  เป็นที่พึ่งสุดท้ายเลย! ผู้ใหญ่มา: ยาอะไร ? ทุ่งมหาเมิน:   นโยบายเข้าถึงยา (บ้า) เอื้ออาทร  แบบทั่วถึงกันหมดทั่วประเทศเลย ผู้ใหญ่มา: ประหยัดดอกไม้จันทร์ด้วยนะเนี้ย (ฮา) 🙂

Read more "รมต. ยา (บ้า?)"

IdeaFactory เครื่องสร้างนวัตกรรมจากคนหมู่มาก (Swiss made!)

คุณเคยไปงานประชุมขนาดใหญ่ที่ผู้จัดได้ระดมสมองจากผู้ร่วมงานนับร้อยพันคนไหม ? ซึ่งคุณก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่พอประชุมจบ ข้อสรุปที่ได้จากความเห็นของผู้ร่วมประชุมก็มั่วไปหมด ไอเดียที่เอามาสรุปก็เลือกเอาที่ผู้ใหญ่ในงานชอบ สุดท้ายก็ไม่ค่อยได้อะไร นอกจากผู้จัดสามารถเหมาได้ว่าการประชุมนั้นๆมีข้อสรุปตามที่พวกเขาต้องการได้ ส่วนคุณก็นั่งบื้อๆรู้สึกเซ็งๆ แต่คุณเชื่อไหมว่ามันเป็นไปได้ที่จะระดมสมอง ระดมไอเดียเป็นพันๆ แล้วผ่านกระบวนการคัดสรร หลอมรวม เชื่อมโยงอย่่างเป็นระบบ จนกลายเป็นสุดยอดไอเดียนวัตกรรมในการแก้ปัญหาหรือพัฒนาโอกาสในประเด็นที่เราสนใจกันอยู่ได้อย่างน่าอัศจรรย์  เหมือนกระบวนการผลิตของเครื่องจักรในโรงงานทำช็อกโกแล็ตที่รวมเอาวัตถุดิบต่างๆที่แตกต่างและหลากหลายมาผสมผสานกันเป็นช็อคโกแล็ตที่กลมกล่อมหลากรูปแบบและรสชาติอันสุดจะต้านทาน …. (From Charlie and the Chocolate Factory) จะดีไหมถ้ามีเครื่องสร้างนวัตกรรมจากคนหมู่มากอย่างที่ว่า  และในทุกๆสัมมนาหรือการประชุมต่างๆ สามารถดึงเอาความคิดความเห็นความรู้ ที่เกิดจากความเชัี่ยวชาญเฉพาะของแต่ละคนที่ไปงานนั้นๆ แล้วสามารถหลอมรวมกันเป็นไอเดียนวัตกรรมคุณภาพสูงที่เราสามารถร่วมกันลงทุนได้เพื่ออนาคตที่สร้างสรรค์ได้ ?  ไม่ใช่เป็นการจัดการความรู้แนวระดมสมองคุณภาพต่ำแต่บ้าเคลมแบบที่เราพบเจอกันบ่อยๆ ข่าวร้ายคือ โดราเอมอนไม่มีเครื่องที่ว่านี้ ข่าวดีคือ ผมพึ่งกลับมาจาก Swiss และได้เข้าร่วมกับกระบวนการที่ทำให้พบว่าเครื่องที่ว่านั้นมีอยู่จริงๆ เดินเครื่องมาสิบกว่าปีแล้ว ภาพด้านบนคือสิ่งที่เรียกว่า IdeaMachine ซึ่งอธิบายกระบวนการ IdeaFactory ซึ่งมีบริษัทที่ Switzerland ชื่อ BrainStore เป็นผู้คิดขึ้นและเดินเครื่องเปิดบริการจัดกระบวนการสร้างนวัตกรรมจากคนหมู่มาก ซึ่งมีลูกค้ามากมายในหลายลักษณะงาน ตั้งแต่บริษัทอย่าง BMW ไปจนถึงองค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศเช่น Swiss Agency for Development and […]

Read more "IdeaFactory เครื่องสร้างนวัตกรรมจากคนหมู่มาก (Swiss made!)"

Collective Intelligence 101

เมื่อวานไปสอนเรื่อง collective intelligence ให้เด็กเห็นว่าโลกของเน็ตกับโลกของธรรมชาติที่เป็น bottom-up self-organization มันเหมือนกันขนาดไหน โจทย์จริงๆคือถ้าคนส่วนใหญ่ไม่ต้องฉลาดมากแต่เมื่อรวมกันเป็นพฤติกรรมฉลาดโคตรนั้นจะทำได้อย่างไรโดยไม่ต้องพึ่งผู้มีบารมีหรือพระสยามเทวาธิราช ? | View | Upload your own Load the slides below: collectiveintelligence101.pdf

Read more "Collective Intelligence 101"

Wish-list ระบบนิเวศเน็ตไทยเพื่อปฏิวัติความรู้

ช่วงนี้ TRN กำลังคิดวางแผนว่าปีนี้จะมีแนวทางการหนุนเสริมเรื่องการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการแสวงหาและพัฒนาความรู้ที่หลากหลายอย่างไร  อยากชวนคนอื่นคิดด้วยว่าปีนี้เราอยากให้เกิดอะไรขึ้นบ้างในโลกออนไลน์ไทย เบื้องต้นที่ TRN ได้แนวๆคร่าวๆ แบ่งเป็น Ecosystem layers คล้ายๆในหนังสือ the wealth of networks ดังนี้ Physical layer Alternative Public Wifi Network ก็เริ่มมีแนวคิดอย่าง FON ที่น่าจะเริ่มกันได้เลย พยายามให้อะไรคล้ายๆ One Laptop Per Child หรือคล้ายๆกันของ Intel ให้เกิดขึ้นใช้จริงในโรงเรียนไทย Thai Resilient Internet Plan มาช่วยกันวางแผนว่าทำอย่างไรเน็ตไทยถึงจะมีความต้านทาน หรือ resilient กับการแทรกแซงของอำนาจเผด็จการทุกชนิด  เช่นมาดูว่าต้องใช้ท่อไหนต่อไปไหนหากมีกรณีการปฏิวัติในอนาคตและคราวนี้เขาจะปิดเน็ต Meta layer หนุน Thai Wikipedia และชุมชนแลกเปลี่ยนความรู้อื่นๆเช่น วิชาการ.com หรือ gotoknow.org Aggregator engine คล้ายๆ answers.com […]

Read more "Wish-list ระบบนิเวศเน็ตไทยเพื่อปฏิวัติความรู้"

การเสนอ presentation แบบวะบิซาบิ

วันก่อนได้อ่านหนังสือ presentation zen ก็เลยคิดว่าน่าจะลองสรุปให้นักศึกษาฟัง สรุปไปสรุปมาก็ทำให้มันง่ายขึ้นไปอีก  แล้วก็ใช้แนวแบบวะบิซาบิมาผสมผสาน คือเน้นความเรียบง่ายแต่สร้างแรงบรรดาลใจเกิดความเข้าใจบนความคิดที่ว่า “น้อยคือมาก” (Less is more) ลองอ่านดูนะครับ มันเป็นเรื่องที่รู้ๆกันอยู่แล้ว แต่ไม่ค่อยได้ทำ อ่านข้อความสั้นๆแล้วคิดจินตนาการตามก็จะเข้าใจได้ สำคัญคือความเรียบง่ายเหล่านี้ต้องนำไปสู่การปฏิบัติให้ได้ครับ LINK ไปที่ slide ได้ที่นี่ครับ | View | Upload your own

Read more "การเสนอ presentation แบบวะบิซาบิ"

คุยกะ Google เรื่อง Gap Minder

วันนี้ได้มีโอกาสกินข้าวเย็นคุยกับเก่งและคนทำงานใน google สองคนที่รับผิดชอบภูมิภาคแถวนี้…  เขาดูง่วงกันพอควรเพราะเห็นว่าเครื่องเพิ่ง landed เมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว  คุยไปคุยมาหลายเรื่อง.. แต่ที่สนใจที่สุดคือ gap minder ซึ่งก็เป็น tool ใหม่ที่ google เพิ่งไป acquired มา  เป็นเครื่องมือทำ data visualization ที่ interactive เหมาะกับการนำเสนอข้อมูลที่ซับซ้อนมาทำใหเข้าใจง่าย  เช่นอัตราการตายเมื่อเทียบกับการเจริญทางเศรษฐกิจระหว่างหลายประเทศ หรือจังหวัด ซึ่งน่าจะเกิดประโยชน์มากกับการสื่อสารเพื่อให้เกิดผลเชิงนโยบาย   ผมเคยเขียนเรื่องนี้ไว้ที่ blog เดิมสนใจคลิกอ่านได้ที่นี่เขาว่าตอนนี้ที่ google head office ทางเข้าจะมี gap minder โชว์หราอยู่ คนที่ google ก็เลยรู้เรื่องนี้กันทั่วไป   สิ่งที่น่าสนใจก็คือการนำข้อมูลสำคัญๆ เช่นข้อมูลสุขภาพคนไทยจากกระทรวงสาธารณสุขหรือ สสส. มานำเสนอ แบ่งตามจังหวัด แล้วเอาไปให้ที่ประชุมผู้ว่าดู รับรองว่าเกิดผลสุดๆแน่ เช่นการแข่งขันของแต่ละจังหวัดเรื่องการตายจากเอดส์ หรือแม้แต่ข้อมูลไข้หวัดนก  อย่างไรก็ตามเขาว่าจะ connect ให้เพราะทางทีมที่ทำ gap minder […]

Read more "คุยกะ Google เรื่อง Gap Minder"

Barcamp Bangkok ทำไมถึงสำเร็จ?

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาได้แวะไปที่ร้าน Indus ที่จัด BarCamp Bangkok ครั้งแรกในภูมิภาคแถวนี้ ไปก็สบายใจๆเพราะเห็นคนน่าเก่าๆที่คุ้นเคยกันดีเดินไปเดินมา ในฐานะ sponsor เล็กๆรายหนึ่งก็เลยมาดูว่าเป็นไง จากนั้น Hunt & Joy และ Keng & 1 ก็บอกว่ามีคนมารวมๆกัน 200 คนในงานนี้ มีมาตั้งแต่คนจากอเมริกามางานนี้โดยเฉพาะ งานนี้มีทั้งคนไทย ฝรั่ง แขก จีน ครบทุกรส  หลักๆก็พูดไทยและอังกฤษ  (อาหารอินเดีย อร่อยมาก) แนวการจัดก็ง่ายๆ มีห้องสี่ห้าห้อง ใครมาก่อนก็มาลงชื่อกับหัวข้อที่จะพูดและเวลา จากนั้นก็สลับกันพูด ตั้งกะเช้ายันเย็น เนื้อหามีตั้งแต่สุดยอดเทคนิคไปจนถึงแนวทางการทำหนัง AV  (Geekship as common denominator) ตลอดงานได้ยินเด็กๆพูดถึงมนุษย์ที่เรารู้จักเช่น อาร์ท กานต์ มาร์ค ลิ่ว กล้า เสมือนหนึ่งว่าเป็นตำนานในวงการใหม่นี้ เลยรู้สึกแอบดีใจไปด้วย ประมาณว่าหากมีระเบิดเกิดขึ้นในงาน  เว็บ 2.0 จริงๆของไทยก็คงจะหายไปซะงั้น เลยมานั่งคิดว่าทำไมงานนี้ถึงสำเร็จ เลยสรุปเอาเองว่าประมาณนี้ […]

Read more "Barcamp Bangkok ทำไมถึงสำเร็จ?"

นวัตกรรมคือซิมโฟนี่ (Innovation as symphony)

วันนี้เกิดความคิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับเรื่องนวัตกรรม   โดยเฉพาะจากมุมมองของนวัตกรรมในเชิงเครือข่าย  จริงๆก็ไม่มีอะไรใหม่ แต่ภาพในหัวมันชัดดี เลยเอามาเขียนไว้กันลืม 1. นวัตกรรมที่ประสบผลสำเร็จมักไม่ได้เกิดจากอัฉริยะข้ามคืน (Lone innovator) 2. นวัตกรรมใหม่ๆมักเกิดจากความซ้อนทับเชื่อมโยงกันของความรู้หรือนวัตกรรมเดิมๆที่มีอยู่แล้วในเครือข่าย  แต่มาบรรจบกัน (intersect) ด้วยมุมมองหรือรูปแบบใหม่ๆ ซึ่งเรียกว่านวัตกรรมเชิงแปลง (recombinative innovations) 3. ดังนั้นนวัตกรรมจึงคล้ายกับเพลงซิมโฟนี่ซึ่งมีส่วนประกอบที่หลากหลาย มีการพัฒนาส่วนต่างๆตลอดเวลา เชื่อมซ้อน แบ่งรับ แบ่งสู้ สอดประสานกันอย่างลงตัวของหลากท่วงทำนอง ที่เมื่อรวมกันแล้วเกิดเป็นภาพรวมใหม่ที่ไพเราะมีความเป็นองค์รวมที่ไม่อาจแยกส่วนแล้วรู้สึกเหมือนเดิมได้ 4. ยิ่งหากมองนวัตกรรมไม่ได้แยกเป็นชิ้นๆแต่เป็นในเชิงนิเวศ (Innovation-ecosystems) ซึ่งมีนวัตกรรมต่างๆเชื่อมโยงปฏิสัมพันธ์กันตลอดเวลาแล้ว ยิ่งคล้ายกับเพลงซิมโฟนี่ที่มีคุณภาพเข้าไปใหญ่ในเชิงว่าแนวทำนองที่หลากหลายต่างมีจุดเด่นของตนเอง มีเสียงจากเครื่องดนตรีต่างๆ ที่ผสมผสาน แบ่งช่วงกันในจังหวะที่หลากหลาย แต่สามารถรวมกันได้ พลักอารมรณ์ความรู้สึกของคนฟังไปในทิศทางเดียวกันได้ เช่นเดียวกับนวัตกรรมต่างๆที่เสริมเติมกันและกันในหลากหลายระดับ 5. บทบาทของนวัตกรในกระบวนการส่งเสริมนว้ตกรรมในลักษณะซิมโฟนี่ก็คือการดึงความสามารถของนักดนตรี ดูแลอารมณ์เพลง กำกับจังหวะ ให้ทุกสิ่งประสานสอดคล้องกันเป็นความสวยงาม  เกิดความงามใหม่ในทุกๆช่วงเพลงแต่ก็กลมกล่อมในภวังค์ 6. จริงๆหากให้สมจริงขึ้น  มันจะไม่ใช่เพลงซิมโฟนี่แบบดั้งเดิม แต่จะเป็นเพลงซิมโฟนี่ที่เล่นแบบแจ็ซ ซึ่งแม้จะมีโน็ตกำหนดมาเบื้องต้น แต่ก็จะสามารถ improvise ได้ไม่มีที่สิ้นสุดในการหาสิ่งที่ใหม่และไพเราะออกมาจากโครงเดิมไปสู่ชีวิตใหม่ของโน็ตเหล่านั้น 7. การเล่นของวงจะต้องดึงความมีส่วนร่วมและความสนใจของคนดูให้ได้ ซึ่งทั้งความสามารถของ conductor และวง […]

Read more "นวัตกรรมคือซิมโฟนี่ (Innovation as symphony)"